สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ดีเวลอปเปอร์น้องใหม่ ทายาทไทยซัมมิทกรุ๊ป
ประชาชาติธุรกิจ 30-01-2012
ฝึกฝนประสบการณ์ทำธุรกิจอยู่กับไทยซัมมิทกรุ๊ปประมาณ5 ปี ในตำแหน่งรองประธานกรรมการฝ่ายจัดซื้อ วันนี้ 

"คุณตะสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ"ทายาทธุรกิจวัย 29 ปี พร้อมแล้วกับหมวกใบใหม่ในฐานะดีเวลอปเปอร์เต็มตัว กับ
ความรับผิดชอบใหม่หมาดในตำแหน่งรองประธานกรรมการ "บริษัท เรียลแอสเสทดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด"

แน่นอนว่าทุกย่างก้าวบนเส้นทางทายาทธุรกิจของ "สกุลธร" อยู่ภายใต้การประคบประหงมจากติวเตอร์ที่
เป็นทั้งบุพการีและประธานกลุ่มไทยซัมมิทกรุ๊ป"สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ"

"...คุณแม่ไม่ได้ให้นโยบายอะไรมากบอกแต่ให้มาต่อยอดแลนด์แบงก์ที่มีอยู่"คำสัมภาษณเปิดประเด็นของ
"คุณตะ"

เป็นที่รับรู้กันว่าไทยซัมมิทกรุ๊ปสาย"สมพร" เป็นนักสะสมแลนด์แบงก์ตัวยงการเปิดตัวบุกธุรกิจ
อสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นวิสัยทัศน์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินในมือโดยตรง ทุนประเดิมของ"สกุลธร" จึงไม่ใช่
เพียงดีเวลอปเปอร์หน้าใหม่มือสมัครเล่น แต่เป็นหนึ่งในแลนด์ลอร์ดของเมืองไทย

ปกติบริษัทอสังหาฯน้องใหม่ในวงการเมื่อจะเปิดตัวโครงการแรกจะต้องเป็นภาพความสำเร็จเสมอ สำหรับ"
เรียลแอสเสท" ก็เฉกเช่นเดียวกัน เลือกเฟ้นที่ดินผืนงามหลายสิบไร่ริมถนนบางนา-ตราด กม.5 นำมาพัฒนา
โครงการทาวน์โฮม 4 ชั้น แบรนด์ "เอ็นเตอร์ไพรซ์ ปาร์ค-Enterprise Park"

รายละเอียด พัฒนาบนเนื้อที่ 10 ไร่เศษ แบ่งแปลงเพียง 80 ยูนิต มี 2 ไซซ์คือที่ดิน 25 ตารางวา หน้ากว้าง 5.5
เมตร ประมาณ 70 ยูนิต และที่ดิน 32 ตารางวา หน้ากว้าง 8 เมตร อีก 10 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 700 ล้านบาท

น่าสนใจว่ากลยุทธ์การขายเลือกที่จะวางจังหวะเป็น 3 เฟส เริ่มจากเฟสแรกคัดมา 26 ยูนิตก่อน เป็นช่วงพรี
เซลลูกค้าที่สนใจเลือกช็อปได้ตั้งแต่วันนี้ เฟส2 วางแผนแกรนด์โอเพนนิ่ง 31 มีนาคมอีกประมาณ 30-40 ยูนิต เฟส
สุดท้ายกันไว้เปิดตัวไตรมาส 3 ประมาณ 14 ยูนิต ซึ่งจะเป็นแปลงติดถนนทั้งหมดราคาเริ่มต้นในเฟสแรก 7.69
ล้านบาท(อยู่ด้านใน) จะปรับเพิ่มเป็นมากกว่าหลังละ 10 ล้านบาท

หรือเท่ากับราคาเปิดตัวตร.ม.ละไม่ถึง3 หมื่นบาท การออกแบบเรียกว่าจัดเต็มเพราะพื้นที่ใช้สอยในบ้าน
318 ตร.ม.สไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่ แบบกับฟังก์ชั่นที่ให้ เทียบกับราคาค่อนข้างจะการันตีความสำเร็จได้ไม่
ยาก

คำถามแรก คือที่ดินถือว่าไพรมแอเรีย เพราะติดถนนใหญ่บางนา-ตราดกม.5 แถมแปลงที่ดินก็มีขนาดใหญ่
พอทำไมเลือกลงทุนแนวราบ มูลค่าเพียง700 กว่าล้านบาท ทั้ง ๆ ที่สามารถพัฒนาโครงการแนวสูง มูลค่าหลาย
พันล้านบาทได้

"ผมไม่อยากลงทุนเกินตัว เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจพัฒนาที่ดินแล้ว ก็อยากจะhope for the best เราจะโตอย่าง
ยั่งยืนจริง ๆ เราก็ศึกษาหลายโปรดักต์ แต่เมื่อลงตัวที่โครงการทาวน์โฮม 4 ชั้น ก็เดินหน้าทันที ทำเลมีศักยภาพ
ราคาแข่งขันได้ ก็โอเคแล้วครับ"

ถัดจากโครงการแรก"เอ็นเตอร์ไพรซ์ ปาร์ค"เตรียมจะลงทุนเพิ่ม 3-4 โครงการ ทั้งแนวราบ-แนวสูง โดยท่อง
เป็นสูตรได้ว่า "1-6-7-9"คำเฉลย คือเดือน 1 เปิดตัวทาวน์โฮม4 ชั้น มูลค่าโครงการ 700 กว่าล้านบาท,เดือน 6
เปิดตัวคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 88 ยูนิต 350 ล้านบาท, เดือน 7 เปิดตัวบ้านแฝด 138 ยูนิต 500 ล้านบาท

และเดือน 9 ย้อนกลับมาเปิดตัวทาวน์โฮม 3 ชั้น เฟสต่อขยาย ที่ทำเลบางนา-ตราด กม.5 อยู่ด้านหลัง
โครงการเอ็นเตอร์ไพรซ์ ปาร์ค ขายยูนิตละ 4.5 ล้านบาทขึ้นไป

ดูเหมือนว่าจะเป็นการทำธุรกิจสไตล์"สโลว์บัตชัวร์" ?

"ผมขอเวลาสัก 3 ปี หาประสบการณ์ในธุรกิจพัฒนาที่ดิน ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบอะไร"

ในความสโลว์บัตชัวร์ ถามถึงเป้าหมายระยะไกล ที่อยากไปให้ถึง วางไว้อย่างไร "...10 ปีข้างหน้าขอติด
อันดับบริษัทอสังหาฯท็อปเทน"

คำขยายความ คือมานั่งดูสถิติรายได้ของบริษัทอสังหาฯ 10 อันดับแรกในตลาดแล้ว ตัวเลขแตะแถว ๆ 7-8
พันล้านบาท ภายใน 10 ปี บริษัทอสังหาฯของเขาก็น่าจะทำได้ไม่ยากเย็นนัก

อีกหนึ่งคำถาม ในฐานะบริษัทดีเวลอปเปอร์น้องใหม่ ประเมินว่าตัวเองยังมีจุดอ่อนอะไรอยู่บ้าง

"จุดอ่อน คือเราต้องสร้างแบรนด์ มี2-3 เรื่องที่ต้องทำ เริ่มจากการสื่อสารไปถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ก็คือ
การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในขณะที่โปรดักต์ของเราต้องตอบโจทย์ และต้องสร้างจุดขายเรื่องบริการ ตั้งแต่จอง
ซื้อโครงการกับเรา จะต้องดูแลไปจนถึงหลังส่งมอบไปแล้ว การสร้างแบรนด์ ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา"

ชวนคุยเรื่องแบรนด์ ก็เลยต้องถามต่อเนื่องว่า ทำไมเลือก "เอ็นเตอร์ไพรซ์ปาร์ค" ฟังจากชื่อแล้วน่าจะให้
ความรู้สึกว่าเป็นโครงการภาคอุตสาหกรรมมากกว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย... รึเปล่า

"แปลงที่ดินก็เป็นตัวกำหนดแบรนด์อยู่พอสมควร ที่ดินมีศักยภาพสูง เป็นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ ซึ่งผม
มองว่าแบรนด์เอ็นเตอร์ไพรซ์ ปาร์ค ก็สื่อความหมายได้ตรงตัว ชัดเจนดีครับ"

เหนือสิ่งอื่นใด "เรียลแอสเสทดีเวลลอปเม้นท์" เปลี่ยนชื่อมาจากบริษัทเดิม "ไทยซัมมิท แกรนด์เอสเตท" ซึ่ง
เป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แลนด์แบงก์ในเครือไทยซัมมิทกรุ๊ป เท่ากับต่อไปธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ จะอยู่
ภายใต้ความรับผิดชอบของ "เรียลแอสเสทฯ"โดยมีทุนจดทะเบียน 900 ล้านบาท

คำให้สัมภาษณ์สุดท้ายก่อนจากลาคือการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น "เรียลแอสเสทฯ" เป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบ
รนด์อย่างหนึ่งของ "สกุลธร" เพราะ

"...ผมต้องการสร้างการจดจำให้กับผู้บริโภคว่า นี่คือโครงการอสังหาฯของกลุ่มเรียลฯ"